ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
วิรัตน์ เตือน คสช.อย่าใช้อำนาจดูด ส.ส. ย้ำ ปชป.หนุน มาร์ค นั่งนายกฯ(21 เม.ย. 2561, 18:14) ใจร้อน! ปีนเสาไฟต่อสายเมนเอง ครูหนุ่มพลาดท่า ถูกไฟช็อตดับสลด(21 เม.ย. 2561, 18:11) 'มาร์ค' ไม่ห่วงพรรคถูกดูด เตือนดึงสร้างฐานเสียง ขัดเจตนารมณ์ รธน.(21 เม.ย. 2561, 18:09) ชกเลือดอาบหน้า ชิงทองแม่บ้าน 2 บาท สายตรวจผ่านมาตะครุบตัวทัน(21 เม.ย. 2561, 18:05) BNK48 ห้างแตก! โอตะ ปลื้มปริ่มงานจับมือครั้งแรก ต่อคิวข้ามวันข้ามคืน(21 เม.ย. 2561, 18:00) 'อันเช' ไม่กั๊ก! แบะท่าพร้อมสานต่องานกุนซือปืนโต(21 เม.ย. 2561, 17:50) เผาแล้ว หนุ่มในรถกู้ชีพ ญาติไม่แจ้งความเอาผิดใคร แต่ฝากเป็นอุทาหรณ์(21 เม.ย. 2561, 17:11) เมียตาซาเล้งน้ำตาคลอ ลูกสองคนแย่งเงินบริจาค 1.2 ล้าน(21 เม.ย. 2561, 17:00) ดีและฟรี! ‘ไวส์’ แนะสิงห์เร่งตะครุบเด็กปืนเสริมแกร่ง(21 เม.ย. 2561, 16:45) หมายจับ ‘ไอ้ปั้ม’ ยิงเด็กแว้นกาฬสินธุ์ดับ เตือนขัดขืน เจอวิสามัญฯ(21 เม.ย. 2561, 16:39) ตร.ไล่ล่าเก๋งแหกด่าน สุดท้ายยางแตกจนมุม หนุ่มรับเสพไอซ์มา 2 วันก่อน (21 เม.ย. 2561, 16:33) ตีตั๋วชนโรง : Cold Skin เผยสันดานดิบของมนุษย์(21 เม.ย. 2561, 16:20) เก้า จิรายุ เคลียร์ดราม่า แบมแบม GOT7 สงสาร เบิ้ล โดนด่าถึงพ่อแม่(21 เม.ย. 2561, 16:07) ทิ้งเศษเหรียญให้ดูต่างหน้า โจรงัดกุฏิเจ้าอาวาส ขโมยเงินค่าไฟ(21 เม.ย. 2561, 16:06) หิ้วไปส่งศาลแปดริ้ว หนุ่มคดียาสะเดาะกุญแจมือ เผ่นหนีหน้าตาเฉย(21 เม.ย. 2561, 16:04) 'มาร์ค' จี้ สนช.ทบทวนกระบวนสรรหา หลังล้มกระดานเฟ้นหา กสทช.(21 เม.ย. 2561, 16:02) ฉลามแกร่งในบ้าน! ไล่งับเด็กร่มเกล้า 2-0 ซิวชัยเปิดหัวฟุตซอลลีก(21 เม.ย. 2561, 16:00) มิกซ์ ลูกหม่ำ รับปริญญา ยกบ้านร่วมแสดงความยินดีพร้อมหน้า (21 เม.ย. 2561, 16:00) จับแล้วมือฆ่าหนุ่มสตูลตายเปลือย ที่แท้พี่เขย ฉุนขอเงินพ่อ ไม่ให้เจอขู่(21 เม.ย. 2561, 15:40) ‘มุ้ยซัง’ พาเฮ! ชมคลิป ธีรศิลป์ แอสซิสต์ นำซานเฟรซเซคว้าชัย(21 เม.ย. 2561, 15:35)

อัตลักษณ์ของสถานศึกษา   :  จิตอาสาบริการท้องถิ่น   เอกลักษ​ณ์ของสถานศึกษา  :  วิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจรักไทยคงเป็นสถานศึกษาของท้องถิ่น

: : ยินดีต้อนรับ : : สู่วิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจรักไทย คง จังหวัดนครราชสีมา : :
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 44 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ค้นหาจาก google
ลิงค์ที่น่าสนใจ
e-Learning

พยากรณ์อากาศ
 

  

  หมวดหมู่ : บทความทางวิชาการ
เรื่อง : จังหวัดนครราชสีมา
โดย : admin
เข้าชม : 1545
อาทิตย์ ที่ 15 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2556 ปักหมุดและแบ่งปัน
     


ข้อมูลพื้นฐานจังหวัดนครราชสีมา

คำขวัญประจำจังหวัด
“เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน”
(คำขวัญเดิม โคราช ลือเลื่อง เมืองก่อนเก่า นกเขาคารม อ้อยคันร่ม ส้มขี้ม้า ผ้าหางกระรอก)
อักษรย่อ :   นม
สีประจำกลุ่มจังหวัด :  สีแสด (สีส้ม) 
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
 
 
รูปอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ประดิษฐานอยู่หน้า ประตูชุมพล ประตูเมืองทางด้านทิศตะวันตก
หมายถึง วีรกรรมอันกล้าหาญที่ท้าวสุรนารีได้กอบกู้เมืองนครราชสีมา จากกองทัพของเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ไว้ได้  ซึ่งตราประจำจังหวัดนครราชสีมา ภาพนี้มีฐานะเป็นตราราชการ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 214) [ว่าด้วยการกำหนดเครื่องหมายราชการประจำจังหวัด 76 จังหวัด]
 

ต้นไม้ประจำจังหวัด   :    ต้นสาธร (เดิมคือต้นราชพฤกษ์) ต้นไม้พระราชทานประจำจังหวัดนครราชสีมา (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดพระราชทานกล้าไม้มงคล พระราชทานประจำจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจังหวัดได้ทำพิธีปลูกเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2537 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา)
ข้อมูลทั่วไปของต้นสาธร 
-    ชื่อวิทยาศาสตร์  Millettia leucantha Kurz.
-    ชื่อสามัญ Papilionaceae 
-    วงศ์ LEGUMINOSAE 
-    ชื่ออื่น กระเจ๊าะ ขะเจ๊าะ 
ลักษณะทั่วไป
-    ไม้ยืนต้น ผลัดใบ สูง 18-20 เมตร เปลือกสีเทา เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ
-    ใบอ่อนและยอดอ่อนมีขนยาว ใบ ประกอบแบบขนนกปลายเดี่ยว เรียงสลับ ใบย่อยติดเป็นคู่ตรงกันข้าม 3-5 คู่ แผ่นใบย่อยรูปรีกว้าง 3.5 - 5 เซนติเมตร ยาว 5-12 เซนติเมตรปลายแหลม โคนมน
-    ดอก สีขาว รูปดอกถั่วสีชมพูอ่อน ออกเป็นช่อตามง่ามใบและปลายกิ่ง เดือนมีนาคม พฤษภาคม และฝักแก่ เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม
-    ผล  เป็น ฝัก แบน กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาว 4-10 เซนติเมตร (แบนคล้ายฝักมีด)
-    เมล็ด รูปโล่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.3 เซนติเมตร
นิเวศวิทยา  :  ชอบอยู่ตามสภาพดินร่วน แสงแดดจัด ต้องการน้ำและความชื้นมาก พบขึ้นในป่าเบญจพรรณใกล้แหล่งน้ำทั่ว ๆ ไป ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด 
ประโยชน์    :  เนื้อไม้ใช้ในการก่อสร้างและเครื่องเรือน 

อาณาเขต :

 
มีพื้นทั้งหมดที่ประมาณ 20,493.964  ตารางกิโลเมตร (อันดับที่ 1)
ประชากร 2,571,292  คน (พ.ศ. 2552)(อันดับที่ 2)
ความหนาแน่น 125.47  คน/ตร.กม. (อันดับที่ 35)
 
ทิศเหนือ ติดกับจังหวัดชัยภูมิ และขอนแก่น
ทิศใต้ ติดกับจังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว
ทิศตะวันออก ติดกับ จังหวัดบุรีรัมย์
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดลพบุรี และสระบุรี

ลักษณะภูมิประเทศ :
ลักษณะ ภูมิประเทศของจังหวัดนครราชสีมาเป็นที่ราบสูงมีความสูงจากระดับน้ำทะเล ปานกลาง 200 - 300 เมตร ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย ด้านทิศตะวันตกและทิศใต้มีภูเขาและป่าเป็นแนว กั้นเขตแดน คือ ทิวเขาดงพญาเย็นและพนมดงรัก ในท้องที่อำเภอด่านขุนทด อำเภอสีคิ้ว อำเภอปากช่อง อำเภอปักธงชัย อำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง และพื้นที่ดังกล่าวค่อย ๆ ลาดลงมาทางทิศเหนือตามลำน้ำมูลและสาขาสำคัญ เช่น ลำตะคอง ลำพระเพลิง ลำเชียงไกร ลำปลายมาศและลำแชะ เป็นต้น

 ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดนครราชสีมาสามารถแบ่งได้เป็น 4 ลักษณะ คือ
            1) บริเวณเทือกเขาและที่ราบสูงทางตอนใต้ของจังหวัด  :  มี ความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 250 เมตร อยู่ในบริเวณอำเภอปากช่อง ปักธงชัย ครบุรี และเสิงสาง มีเทือกเขาสันกำแพงและพนมดงรักเป็นแนวยาว ตั้งแต่ส่วนต่อกับจังหวัดปราจีนบุรี นครนายกและสระบุรี ซึ่งเป็นต้นกำเนิด  ของ แม่น้ำมูล ลำแชะ ลำพระเพลิง ลำตะคอง และลำปลายมาศ เป็นต้น โดยพื้นที่ระหว่างเทือกเขาส่วนใหญ่เป็นลูกคลื่นลอนลึกและลอนตื้น คือดงพญาเย็น และดงรัก ตอนล่างของหุบเขามีความลาดชันค่อนข้างมาก ทำให้มีการชะล้าง  พังทลายของหน้าดินในบริเวณนี้ค่อนข้างสูง
            2) บริเวณที่สูงตอนกลางจังหวัด  :  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ระหว่าง 200 - 250 เมตร อยู่ในเขตอำเภอด่านขุนทด  อำเภอเทพารักษ์  อำเภอ พระทองคำ อำเภอสีคิ้ว ตอนล่างของอำเภอโนนไทย อำเภอขามทะเลสอ อำเภอเมือง อำเภอสูงเนิน ตอนบนของอำเภอปักธงชัย และอำเภอครบุรี อำเภอโชคชัย อำเภอหนองบุญมาก อำเภอจักราช และตอนบนของอำเภอเสิงสาง ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น     ลูกคลื่นลอนตื้น ยกเว้นบริเวณใกล้เชิงเขาจะเป็นลูกคลื่นลอนลึกและมีพื้นที่บางส่วนเป็นที่ราบ ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย ได้แก่ ลำตะคอง ลำพระเพลิง ลำเชิงไกร ลำปลายมาศ ลำน้ำจะไหลช้า เพราะความต่างระดับมีน้อย ลำน้ำคดเคี้ยว บางแห่งมีร่องรอยของลำน้ำเก่าเรียกว่า "กุด" (Oxbow Lake)
            3) พื้นที่ลูกคลื่นทางตอนเหนือของจังหวัด  :  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร อยู่ในเขตอำเภอขามสะแกแสง ตอนบนของอำเภอโนนไทย อำเภอคง ทิศตะวันตกของอำเภอ  บัว ใหญ่ อำเภอบัวลาย อำเภอสีดา อำเภอบ้านเหลื่อม อำเภอห้วยแถลง อำเภอชุมพวง อำเภอลำทะเมนชัย และ อำเภอเมืองยาง ลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนตื้นที่สูงสลับที่นา บางบริเวณเป็นพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำลำเชียงไกรและลำปลายมาศ
            4) พื้นที่ราบลุ่มทางตอนเหนือของจังหวัด  :  มี ความสูงจากระดับน้ำทะเลน้อยกว่า 200 เมตร อยู่ในเขตอำเภอบัวใหญ่ อำเภอคง อำเภอโนนสูง อำเภอประทาย และอำเภอพิมาย ลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนตื้นและมีที่ราบลุ่มบริเวณริมฝั่งแม่น้ำลำสะแทด

ลำน้ำที่สำคัญ :ได้แก่ แม่น้ำมูล พื้นที่ต้นน้ำคือเขตเทือกเขาทางตะวันตกและทิศใต้ ต้นน้ำอยู่ที่เทือกเขาสันกำแพง ทางทิศใต้ของอำเภอปักธงชัย ระยะต้นน้ำมีสภาพเป็นลำธารน้ำมีแก่งหินมากมาย ชาวบ้านเรียกระยะต้นน้ำนี้ว่า “ห้วยหุบปากก้าง” เมื่อแปรสภาพเป็นแม่น้ำมูล ไหลผ่านอำเภอครบุรี อำเภอโชคชัย อำเภอจักราช อำเภอพิมาย อำเภอโนนสูง อำเภอชุมพวง อำเภอประทาย เข้าสู่เขตจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เส้นแบ่งเขตอำเภอคูเมืองกับอำเภอพุทไธสง แม่น้ำมูลมีสายน้ำลำธารซึ่งไหลมาจากเมือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาดงรักมากมาย สาขาสำคัญของแม่น้ำมูล ได้แก่
1. ลำปลายมาศ ต้นน้ำอยู่ที่เขตอำเภอเสิงสาง ไหลผ่านเส้นแบ่งเขตอำเภอครบุรี เข้าเขตจังหวัดบุรีรัมย์ แล้ววกกลับเข้าจังหวัดนครราชสีมา ไหลผ่านอำเภอห้วยแถลง อำเภอพิมาย อำเภอชุมพวง รวมกับแม่น้ำมูลที่อำเภอชุมพวง
2. ลำตะคอง ต้นน้ำอยู่ที่เขตอำเภอปากช่อง ไหลผ่านอำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ  อำเภอเมือง ไปลงแม่น้ำมูลที่อำเภอจักราช
3. ลำพระเพลิง ต้นน้ำอยู่ที่เขตอำเภอปักธงชัย รวมกับแม่น้ำมูลที่อำเภอโชคชัย 
          นอกจากนี้ยังมี ลำเชิงไกร ลำจักราช ฯลฯ แม้แต่แม่น้ำชี ที่ไหลผ่านพื้นที่ทางตอนเหนือของจังหวัด ก็ไหลลงแม่น้ำมูลเช่นกัน แม่น้ำนี้จึงเปรียบประดุจเส้นเลือดของอีสาน แม่น้ำและลำน้ำต่างๆ ที่กล่าวมานี้ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณที่ลุ่มตอนกลางของจังหวัด ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์เพื่อการทำนา

ภูมิอากาศ :
สภาพภูมิอากาศของจังหวัดนครราชสีมาจัดอยู่ในประเภททุ่งหญ้าเขตร้อน (Tropical Savanna) โดยมีลมมรสุมหลักพัดผ่านคือ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพัดจากทิศตะวันออกหรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้อากาศหนาวเย็นและแห้งแล้ง กับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้หรือทิศใต้ ทำให้มีอากาศชุ่มชื้นและมีฝนตกชุก โดยทั่วไปสามารถแบ่งฤดูกาลออกได้เป็น 3 ฤดู ดังนี้
           ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - ตุลาคม ของทุกปี เริ่มมีฝนตกชุก ตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนตุลาคม โดยมีปริมาณน้ำฝนสูงสุดในเดือนตุลาคม
           ฤดูหนาว สภาพอากาศจะเริ่มเปลี่ยนจากฤดูฝนไปสู่ฤดูหนาวตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลาง เดือน กุมภาพันธ์ ระยะนี้ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นลมหนาวและแห้งพัดจากประเทศจีน
           ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ช่วงที่อากาศร้อนที่สุดอยู่ในเดือนมีนาคม มีอุณหภูมิสูงสุด 36.88 องศาเซลเซียส

ประชากร    
ปัจจุบัน จังหวัดนครราชสีมามีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ มากเป็นอันดับสองของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยประชากรหลากหลายเชื้อชาติ หรือหลายชาติพันธุ์  ได้แก่

          ไทยโคราช เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครราชสีมา คนกลุ่มนี้ใช้ภาษาเหมือนไทยในส่วนกลาง เพียงแต่เสียงวรรณยุกต์เพี้ยนไปบ้าง และมีคำศัพท์สำนวนบางอย่างที่มีลักษณะเป็นของตนเอง เดิมถิ่นนี้ชาวพื้นเมืองเป็นละว้า ชาวไทยได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าอู่ทองให้ขุนหลวงพะงั่วยก กองทัพมารวบรวมดินแดนแถบนี้เข้ากับกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าอู่ทองโปรดฯ ให้กองทหารอยุธยาตั้งด่านอยู่ประจำ และส่งช่างชาวอยุธยามาก่อสร้างบ้านเรือนและวัดวาอารามเป็นอันมาก ชาวไทยอยุธยาได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และได้อพยพมาอยู่นครราชสีมาอีกระลอกหนึ่งคือ คราวเสียกรุงครั้งที่ 2 โดยมีชาวไทยชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกได้อพยพเข้ามาเพิ่มด้วย ชาวไทยกลุ่มนี้และชาวไทยพื้นเมืองเดิม (เข้าใจว่าเป็นชาวสยามลุ่มน้ำมูล (ไท-เสียม) อาจมีเขมรและมอญปนอยู่ด้วย) สืบเชื้อสายเป็นชาวไทยโคราชและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีสืบทอดกันมา   กลุ่มไทยโคราชเป็นกลุ่มที่แสดงเอกลักษณ์ของเมืองนครราชสีมา เพราะสำเนียงแตกต่างจากกลุ่มอื่น เป็นกลุ่มที่พูดภาษาไทยโคราชซึ่งคล้ายคลึงภาษาไทยกลางแต่สำเนียงเพี้ยน เหน่อ ห้วนสั่น เกิ่นเสียง มีคำไทยลาว (อีสาน) ปะปนบ้างเล็กน้อย ชาวไทยโคราชแต่งกายแบบไทยภาคกลาง รับประทานข้าวเจ้า อาหารทั่วไปคล้ายคลึงภาคกลาง ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมคล้ายไทยภาคกลาง ปัจจุบัน กลุ่มไทยโคราชอาศัยอยู่ในทุกอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา ยกเว้นบางอำเภอที่มีชาวไทยลาวมากกว่า (อำเภอบัวใหญ่ ปักธงชัย และสูงเนิน) และยังพบชาวไทยโคราชในบางส่วนของจังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยภูมิ (อำเภอบำเหน็จณรงค์และจัตุรัส) และจังหวัดบุรีรัมย์ (อำเภอเมืองบุรีรัมย์ นางรอง และละหานทราย)
 
          ลาว (ลาวเวียง ไทยลาว หรือไทยอีสาน) เป็นกลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนประชากรมากรองจากกลุ่มไทยโคราช แต่อพยพเข้ามาทีหลัง อาศัยอยู่มากในบางอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา เช่น อำเภอบัวใหญ่ ปักธงชัย สูงเนิน และบางส่วนของอำเภอประทาย ห้วยแถลง ชุมพวง และสีคิ้ว เป็นต้น ไทยอีสานพูดภาษาอีสานและมีขนบธรรมเนียมประเพณีเหมือนชาวอีสานทั่วไป กลุ่มไทยอีสานอพยพเข้ามาอยู่ในจังหวัดนครราชสีมาหลายรุ่น ส่วนใหญ่อพยพเข้ามาอยู่สมัยสงครามปราบปรามเมืองเวียงจันทน์ สมัยธนบุรี มีการกวาดต้อนครอบครัวลาวเข้ามาอยู่ในหัวเมืองชั้นใน และอพยพเข้ามาโดยสมัครใจเพิ่มขึ้นในระยะหลัง
 
          มอญ จากการสำรวจสำมะโนประชากรของจังหวัดนครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2446 ในสมัยรัชกาลที่ 5 พบว่า มีชาวมอญอยู่จำนวน 2,249 คน จากจำนวนประชากรของนครราชสีมา 402,668 คน ชาวมอญอพยพเข้ามาอยู่บริเวณเมืองนครราชสีมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2318 ในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชทานครัวมอญที่อพยพเข้ามาสวามิภักดิ์ มีพระมหาโยธา (เจ่ง) เป็นหัวหน้า แบ่งให้พระยานครราชสีมานำขึ้นมาอยู่ที่เมืองนครราชสีมา ตั้งครัวมอญที่ลำพระเพลิง เขตอำเภอปักธงชัยที่บ้านพลับพลา อำเภอโชคชัย พระยาศรีราชรามัญผู้เป็นหัวหน้าพาญาติพี่น้องมาอยู่ในเมืองเป็นสายกองส่วย ทอง ตั้งบ้านเรือนเรียกว่าบ้านมอญ เมื่อเกิดกบฎเจ้าอนุวงศ์ เมื่อปี พ.ศ. 2336 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรีย) คุมกองมอญมาสมทบมาร่วมรบกับกำลังฝ่ายไทย เมื่อเสร็จศึกแล้วพวกมอญเห็นเมืองปักธงชัยอุดมสมบูรณ์จึงมาตั้งถิ่นฐาน ปัจจุบันชาวมอญในนครราชสีมายังรักษาวัฒนธรรมประเพณีมอญไว้ เช่น ภาษา การไหว้ผี การเล่นสะบ้าในเขตบ้านท่าโพธิ บ้านสำราญเพลิง ตำบลนกออก อำเภอปักธงชัย ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ทำเครื่องปั้นดินเผา ภาษามอญจะใช้พูดในชาวไทยมอญที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป คนรุ่นหลังจากนี้จะพูดภาษาไทยโคราชทั้งสิ้น

           ส่วย หรือ ข่า เป็นชนพื้นเมืองของหัวเมืองเขมรป่าดงและเมืองนครราชสีมา พูดภาษาตระกูลมอญ-เขมร ได้อยู่ในพื้นที่นี้ก่อนที่คนไทยจะเข้ามามีอิทธิพลเหนือดินแดนบริเวณลุ่มแม่ น้ำมูลตอนบน เมื่อปี พ.ศ. 2362 เจ้าเมืองนครราชสีมา (ทองอินทร์) ตีข่าได้ แล้วนำมายังเมืองนครราชสีมา ภาษาส่วย เป็นภาษาของชาวส่วยที่อพยพมาจากจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหัดบุรีรัมย์ ที่มาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่ ตำบลห้วยแถลง อำเภอห้วยแถลง ปัจจุบันมีเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป ที่ยังคงใช้ภาษาส่วยในกลุ่มของตนเอง นอกจากนั้นจะใช้ภาษาไทยโคราชเป็นพื้น

          ญัฮกุร หรือ เนียะกุล เป็นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ตามไหล่เขาหรือเนินเขาเตี้ย ๆ บริเวณด้านในของที่ราบสูงโคราช ชาวบนอาจสืบเชื้อสายมาจากคนในสมัยทวารวดี อยู่ในบางหมู่บ้านของอำเภอปักธงชัย อำเภอครบุรี และอำเภอหนองบุญมาก ภาษาชาวบน เป็นภาษาตระกูลมอญ-เขมร ปัจจุบันชาวบนพูดภาษาชาวบนเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป นอกจากนั้นใช้ภาษาไทยโคราช

          ไทยยวน หรือ ไทยโยนก เป็นเผ่าไทยในภาคเหนือของไทย ได้อพยพเข้ามาอยู่ที่อำเภอสีคิ้วสองทางด้วยกันคือ พวกแรกอพยพจากทางเหนือมาอยู่ที่อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ต่อมาเจ้าเมืองสระบุรีต้องการตั้งกองเลี้ยงโคนมที่เมืองนครจันทึก จึงได้แบ่งครอบครัวชาวไทยยวนจากอำเภอเสาไห้ไปอยู่ที่อำเภอสีคิ้ว ส่วนอีกพวกหนึ่งอพยพมาจากเวียงจันทน์ ชาวไทยยวนยังรักษาประเพณีและวัฒนธรรมแบบโยนกไว้ได้ดีมาก ภาษาไทยยวน ใช้พูดในหมู่ไทยยวนด้วยกันเองซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,000 คน ในเขตอำเภอสีคิ้ว ในท้องที่ตำบลลาดบัวขาว ตำบลสีคิ้ว และตำบลบ้านหัน
นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม ชาวจีน ชาวเวียดนาม และชาวแขก


การปกครอง
แบ่งปกครองแบ่งออกเป็น 32 อำเภอ 289 ตำบล 3743 หมู่บ้าน เนื้อที่รวม 20,493.968 ตารางกิโลเมตร
1.    อำเภอเมืองนครราชสีมา
2.    อำเภอครบุรี
3.    อำเภอเสิงสาง
4.    อำเภอคง
5.    อำเภอบ้านเหลื่อม
6.    อำเภอจักราช
7.    อำเภอโชคชัย
8.    อำเภอด่านขุนทด
9.    อำเภอโนนไทย
10.    อำเภอโนนสูง
11.    อำเภอขามสะแกแสง
12.    อำเภอบัวใหญ่
13.    อำเภอประทาย
14.    อำเภอปักธงชัย
15.    อำเภอพิมาย
16.    อำเภอห้วยแถลง
17.    อำเภอชุมพวง
18.    อำเภอสูงเนิน
19.    อำเภอขามทะเลสอ
20.    อำเภอสีคิ้ว
21.    อำเภอปากช่อง
22.    อำเภอหนองบุญมาก
23.    อำเภอแก้งสนามนาง
24.    อำเภอโนนแดง
25.    อำเภอวังน้ำเขียว
26.    อำเภอเทพารักษ์
27.    อำเภอเมืองยาง
28.    อำเภอพระทองคำ
29.    อำเภอลำทะเมนชัย
30.    อำเภอบัวลาย
31.    อำเภอสีดา
32.    อำเภอเฉลิมพระเกียรติ


เศรษฐกิจ
          นักลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างชาติต่างให้ความสำคัญกับจังหวัดนี้มาก จึงได้ตั้งฉายาให้กับจังหวัดนี้ว่าเป็น "มหานครแห่งอิสาน" เป็นเสมือนเมืองหลวงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะเป็นศูนย์กลางทางด้านต่าง ๆ ของภูมิภาค ได้แก่ การปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การอุตสาหกรรม การเงินการธนาคาร การพาณิชย์ การสื่อสาร ฯลฯ มีคำขวัญของเมืองโคราชว่า มหานครแห่งอิสาน เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ประตูเชื่อมโยงพันธมิตร สร้างเศรษฐกิจสู่สากล

อาชีพ :
           อาชีพหลักคือ การทำนา ทำไร่ มีพืชสำคัญ เช่น ข้าวเจ้า ข้าวโพด มันสำปะหลัง ปอ ฝ้าย และข้าวฟ่าง ซึ่งมีปลูกกันมากที่อำเภอโนนไทย และด่านขุนทด นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงไหม โดยเฉพาะที่อำเภอปักธงชัยเป็นแหล่งผ้าไหมที่ขึ้นชื่อ อาชีพการทำป่าไม้พอมีบ้าง มีการเลี้ยงสัตว์ และประมงน้ำจืดตามลุ่มน้ำ ทรัพยากรแร่ที่สำคัญคือ เกลือหิน
            ด้านการอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานที่เกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตร เช่นโรงสีข้าว โรงทำมันเส้น มันอัดเม็ด ทำน้ำตาล ทอกระสอบ ทอผ้าไหม ทำแป้งมันสำปะหลัง ฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู  ฯลฯ
           อุตสาหกรรม ในครัวเรือน เช่น การทอผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ เครื่องจักสาน และการทำเครื่องปั้นดินเผาที่ด่านเกวียน อำเภอโชคชัย
    ในปัจจุบัน นครราชสีมา ได้ชื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ประชาชนส่วนมากจึงเริ่มประกอบอาชีพที่มีผลเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและการรับส่งสินค้า เช่น โรงแรม รีสอร์ท บ้านพัก ที่ดินจัดสรร นำเที่ยว สินค้าของที่ระลึก ฟาร์มผัก ฟาร์มองุ่น ฟาร์มโคนม ขนส่งผัก เนื้อ นม จากฟาร์ม สู่ตลาดกลางในกรุงเทพฯ เป็นต้น
 





Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

บทความทางวิชาการ5 อันดับล่าสุด

      สถานการณ์กำลังแรงงาน การมีงานทำและการว่างงานและแนวโน้มปี 2556 15/ธ.ค./2556
      จังหวัดนครราชสีมา 15/ธ.ค./2556
      เมื่อใดให้ลูกเรียนคอมพิวเตอร์ 24/ม.ค./2554
      ธุรกิจโฆษณาบนเว็บ 24/ม.ค./2554




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ Dechathorn2010@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป